Frequently Asked Question 

COACHING

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การโค้ช

COACHING

shutterstock_1469687855.jpg
ICF_Bangkok_Horizontal_Blue.png


บุคคลที่มีชื่อเสียง ผู้นำทางธุรกิจ ผู้นำองค์กร ผู้จัดการ ผู้เชี่ยวชาญ และบุคคลทั่วไปต่างให้ความสนใจเรื่อง
การโค้ช เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานและยกระดับชีวิตส่วนตัวของพวกเขา การโค้ชสำหรับผู้นำและ
ผู้จัดการมีข้อดีมากมายที่ส่งเสริมความสำเร็จในอาชีพ ไม่เพียงแต่สำหรับบุคคลที่ได้รับการโค้ชเท่านั้น
แต่ยังสามารถส่งต่อไปยังทีมของเขาและองค์กรทั้งหมด

การโค้ชเพื่อภาวะผู้นำ

FAQ_yellow wave over white.png

คำถามที่พบบ่อย

 1. การโค้ชแบบมืออาชีพ คืออะไร

สหพันธ์การโค้ชนานาชาติ (ICF) ให้คำนิยามว่าการโค้ชเปรียบเสมือนการเป็นเพื่อนในกระบวนการกระตุ้นความคิดและความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้บุคคลเพื่อเพิ่มศักยภาพส่วนตัวและอาชีพของตนให้สูงสุด กระบวนการโค้ชมักจะปลดล็อคทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้ในอดีต ในการสร้างจินตนาการ ผลผลิต และภาวะผู้นำ

เมื่อคุณทำงานกับโค้ช คุณได้เริ่มเส้นทางสู่ความสำเร็จทั้งในเรื่องส่วนตัวและด้านวิชาชีพมากยิ่งขึ้น

 2. การโค้ชต่างจากพี่เลี้ยง (Mentoring) หรือ การบำบัดทางจิต (Therapy) อย่างไร

เมื่อคุณได้รับการโค้ช คุณกำลังอยู่บนที่นั่งของคนขับ โค้ชของคุณจะสนับสนุนให้คุณมีความรับผิดชอบและความตระหนักรู้ในตนเอง และช่วยให้คุณได้มีมุมมองใหม่ ๆ โค้ชตั้งคำถามมิใช่เพื่อให้ได้รับคำตอบที่พวกเขาปรารถนา แต่เพื่อส่งเสริมให้คุณได้ทำการสำรวจที่มีความหมายให้คุณได้เข้าถึงความลุ่มลึกและสมรรถนะระดับใหม่ เป้าหมายคือการช่วยคุณในฐานะผู้รับการโค้ชให้ค้นพบความเข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่คุณกับโค้ชจะทำร่วมกันคือการกำหนดเป้าหมาย การสร้างผลลัพธ์ และการจัดการกับเส้นทางการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องอาชีพสู่ผลลัพธ์ที่คุณปรารถนา โค้ชเป็นผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการโค้ช คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในโชคชะตาของคุณ

 

เมื่อเปรียบเทียบกัน พี่เลี้ยง (Mentor) จะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งให้ความรู้และคำแนะนำบนพื้นฐานของประสบการณ์ส่วนตัว กระบวนการโค้ชมุ่งเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่ได้รับการโค้ชใช้ประสบการณ์และความสามารถของตนเองในการกำหนดเป้าหมายและบรรลุเป้าประสงค์ของตนเอง

สำหรับ การบำบัดรักษา (Therapy) นั้นเป็นการรักษาความเจ็บปวด บาดแผล ความผิดปกติ หรือความขัดแย้งภายในตัวบุคคลหรือปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งโดยทั่วไป การบำบัดรักษาจะเน้นที่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากปมในอดีต
ที่บั่นทอนสุขภาพจิตของบุคคลในปัจจุบัน การบำบัดรักษามุ่งเน้นไปที่การปรับสภาพจิตโดยรวมและการจัดการกับเรื่องปัจจุบันในแนวทางสุขภาพทางอารมณ์มากขึ้น ในบางกรณี โค้ชอาจแนะนำให้ผู้ที่ได้รับการโค้ชเข้ารับการบำบัดรักษาหากพวกเขาสังเกตเห็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นต้องการการบำบัดรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ การโค้ชอาจมีส่วนช่วยในการบำบัดรักษา โค้ชทำงานร่วมกับนักบำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ได้รับการโค้ชมีพฤติกรรมที่เหมาะสมสำหรับการก้าวไปข้างหน้า

 3. การโค้ชเหมาะสำหรับใคร

การโค้ชมีประโยชน์สำหรับคนในทุกวิชาชีพ ทุกวัยและในทุกขั้นตอนของอาชีพการงาน หากคุณพร้อมที่จะทุ่มเทเวลาและมีส่วนร่วมในการสำรวจตนเองและการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณเพื่อยกระดับศักยภาพของตนเอง โค้ชคือเพื่อนร่วมทางอันสมบูรณ์แบบที่จะช่วยให้คุณก้าวหน้า

จากการสำรวจทั่วโลกของแวดวงการโค้ชในปี 2020 พบว่า 27% ของลูกค้าผู้ได้รับการโค้ชเป็นผู้จัดการ และ 25% เป็นผู้บริหารหรือผู้นำระดับสูงขององค์กร ซึ่งทำให้ตำแหน่งทั้งสองเป็นตำแหน่งที่ต้องการการโค้ชมากที่สุด
(2020 ICF Global Coaching Study).

 4. อะไรคือสัญญาณที่บอกว่า ฉันอาจได้รับประโยชน์จากการโค้ช

คนทำงานหลายคนบอกว่าเขารู้สึกว่าตนเองมีขีดจำกัดในการพัฒนาด้านอาชีพ หรือเขารู้สึกว่า "ติดขัด" หรือ "ติดหล่ม" ก่อนที่พวกเขาจะได้รับการโค้ช

บางทีคุณอาจพบกับความท้าทายในอาชีพการงานของคุณซึ่งคุณไม่แน่ใจว่าจะอธิบายถึงมันว่าอย่างไร หรือคุณไม่รู้วิธียกระดับตัวเองเพื่อก้าวไปสู่ระดับต่อไปในอาชีพการงานของคุณได้อย่างไร หรือคุณได้รับโอกาสที่ดีและตื่นเต้นกับความท้าทายใหม่ คุณเพียงแค่ต้องหาวิธีบรรลุผลลัพธ์ที่คุณปรารถนาด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

การโค้ชเป็นสิ่งที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ใหม่—เช่น การที่คุณได้รับตำแหน่งผู้จัดการเป็นครั้งแรกหรือได้รับตำแหน่งใหม่เป็นผู้บริหารระดับสูง (C-suite) นอกจากนี้การโค้ชยังสามารถให้การสนับสนุนอันมีค่าเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น การเริ่มทำหน้าที่พ่อแม่ผู้ปกครองหรือกรณีที่มีปัจจัยภายนอกในองค์กรของคุณซึ่งทำให้บทบาทของคุณเปลี่ยนแปลงไป

ไม่ว่าคุณต้องการวิธีการหรือเพียงแค่ต้องการผลักดันตัวเองเพื่อพัฒนาทักษะของคุณต่อไป โค้ชอาจเป็นเพื่อนร่วมทางที่สามารถช่วยคุณหาทางไปสู่เป้าหมายต่อไปได้

 5. ฉันจะหาโค้ชที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้อย่างไร

หากคุณกำลังมองหาโค้ช มันสำคัญมากที่คุณต้องหาโค้ชมืออาชีพอย่างแท้จริง คุณต้องเลือกโค้ชที่คุณมั่นใจว่าเขาได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมและปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมการเป็นโค้ชขั้นสูงสุด


คุณต้องถามผู้ที่คุณสนใจอยากให้เขามาเป็นโค้ชของคุณทุกคนให้แน่ชัดเกี่ยวกับการรับรองการโค้ชและการเป็นสมาชิกขององค์กรโค้ชมืออาชีพ แม้ว่าจะมิใช่ข้อบังคับสำหรับการเป็นโค้ช แต่การรับรองจาก สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (ICF) จะแสดงให้เห็นว่าโค้ชผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสูงสุดของวิชาชีพ และเขาได้ผ่านการฝึกอบรมที่เข้มข้น ได้รับการรับรองจำนวนชั่วโมงการโค้ชที่กำหนด และได้รับการประเมินการโค้ช การเป็นสมาชิก ICF บ่งชี้ว่าโค้ชผู้นั้นมีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตในอาชีพโค้ชอย่างต่อเนื่องและต้องการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมสูงสุดของโค้ชไว้

วิธีที่ดีที่สุดคือสัมภาษณ์ผู้ที่คุณสนใจอยากให้เขามาเป็นโค้ชของคุณทุกคนก่อนที่จะเลือกโค้ช เพื่อทำความรู้จักพวกเขา ได้เปรียบเทียบสไตล์ และเลือกคนที่เหมาะกับความต้องการของคุณมากที่สุด ก่อนสัมภาษณ์ ให้เตรียมคำถามเพื่อช่วยให้คุณได้เข้าใจประสบการณ์ของโค้ช ความถนัดของโค้ช และแนวทางการโค้ชของเขาได้ดียิ่งขึ้น การสอบถามเกี่ยวกับผู้ที่เคยได้รับการโค้ชจากโค้ชคนนั้นสามารถทำให้คุณเห็นว่าโค้ชคนนั้นจะสามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่คุณตั้งใจไว้

 6. ฉันควรคาดหวังอะไรจากการโค้ช

คุณต้องรับผิดชอบต่อความก้าวหน้าของคุณ แต่ขั้นตอนแรกที่สำคัญมากคือการกำหนดข้อตกลงการโค้ชของคุณ ในชั่วโมงการโค้ชของคุณ โค้ชจะท้าทายความคิดของคุณด้วยแนวทางปฏิบัติและเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการรับรู้ พิจารณามุมมองใหม่ และสร้างนิสัยของการเรียนรู้และการเติบโต โดยมุ่งเน้นในการทำให้กระบวนการที่จะนำคุณไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้นั้นมีความชัดเจน เครื่องมือเหล่านี้อาจรวมถึงใบงาน การวิเคราะห์ SWOT ส่วนบุคคล หรือแบบฝึกหัดอื่น ๆ

 7. ฉันควรจะโค้ชกี่ครั้งและระยะเวลาเท่าใด

ระยะเวลาและความถี่ของการโค้ชอาจแตกต่างกันอย่างมากตามความต้องการ วัตถุประสงค์ และองค์กรของผู้ได้รับการโค้ชแต่ละราย ประสบการณ์การโค้ชแต่ละครั้งมีแนวโน้มที่จะแตกต่างกันเพราะแต่ละคนมีความเฉพาะตัวสูง

โดยปกติ การมีส่วนร่วมของการโค้ชจะมีตั้งแต่การโค้ชรายสัปดาห์ไปจนถึงรายเดือน ปกติการโค้ชหนึ่งครั้งจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยเฉลี่ย การโค้ชนั้นอาจมีตั้งแต่สองสามครั้งจนถึงประมาณหกเดือน การโค้ชนั้นจะมีการตั้งเป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับการโค้ชแต่ละครั้ง เมื่อคุณบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว คุณและโค้ชของคุณอาจเห็นพ้องกันว่าการโค้ชนั้นเสร็จสิ้นแล้ว หรือคุณอาจทำงานร่วมกันกับโค้ชเพื่อกำหนดเป้าหมายใหม่

การโค้ชนั้นขับเคลื่อนโดยคุณในฐานะผู้ได้รับการโค้ช คุณเป็นผู้ควบคุมประสบการณ์การโค้ช คุณจะร่วมงานกับโค้ชของคุณเพื่อค้นหาความพอดีที่ตรงตามความต้องการและเป้าหมายที่คุณตั้งไว้

 8. ในฐานะผู้นำทางธุรกิจ โค้ชจะช่วยอะไรได้บ้างหากเขา/เธอมีประสบการณ์ด้านธุรกิจ
    น้อยกว่าฉัน

การโค้ชกำลังช่วยให้บุคคลเข้าถึงปัญญาภายในของตนเอง ซึ่งทำได้โดยการปลุกจิตสำนึกที่สามารถช่วยให้ผู้ได้รับการโค้ชเกิดการตระหนักรู้ภายในตนเองซึ่งช่วยให้เขาได้พิจารณามุมมองที่แตกต่างกันหรือแนวทางอื่น ๆ การที่โค้ชมีประสบการณ์ที่น้อยกว่าผู้ได้รับการโค้ชในด้านธุรกิจหรือประเภทของบทบาทนั้นไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการโค้ช และการเป็นเพื่อนคู่คิดของคุณเพื่อบรรลุเป้าหมายในด้านอาชีพการงานของคุณ เพราะโค้ชจะทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการโค้ชร่วมกันกับคุณ ท้าทายความคิดของคุณ และช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และ
นวัตกรรมใหม่ ๆ

 9. ฉันสามารถคาดหวังผลลัพธ์อะไรจากการโค้ชได้บ้าง
    ฉันจะประเมินผลลัพธ์เหล่านั้นได้อย่างไร

ผู้ที่ได้รับการโค้ชมักจะได้รับประโยชน์มากมายซึ่งรวมถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสมรรถนะในการทำงานส่วนบุคคลและทีมที่เพิ่มขึ้น

ผลลัพธ์ที่ผู้ได้รับการโค้ชแต่ละคนได้รับจากการโค้ชจะสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้กับโค้ชของตนเมื่อเริ่มต้นทำการโค้ช แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในการโค้ช (ROI) อาจประเมินได้ยาก แต่มาตรวัดความสำเร็จของการโค้ชอาจวัดจากผลตอบแทนจากความคาดหวัง (ROE) ซึ่งวัดจากการที่ผลลัพธ์ของการโค้ชนั้นตรงกับเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ตอนเริ่มต้นโค้ชหรือไม่

ตัวอย่างเช่น บางองค์กรที่ใช้การโค้ชอย่างกว้างขวางภายในองค์กรจะมีการสำรวจคร่าว ๆ เพื่อวัดว่าผู้ที่ได้รับการโค้ชรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับตัวชี้วัดความสำเร็จ เช่น ความมั่นใจหรือการบริหารก่อน ระหว่าง และภายหลังจากที่ได้รับการโค้ช หรือทำการสำรวจอย่างครอบคลุมโดยการถามเพื่อนร่วมงานและสมาชิกของทีมถึงสมรรถนะของคุณสามารถช่วยให้ตั้งเป้าหมายและประเมินการเติบโตของคุณผ่านการโค้ช

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อโค้ชผู้นำองค์กรหรือผู้จัดการทีม ประโยชน์ของการโค้ชจะไปไกลกว่าผลที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับการโค้ชรายบุคคลเท่านั้น

ลูกค้าผู้ได้รับการโค้ชจำนวนมากพบประโยชน์ของการโค้ช เช่น การตระหนักรู้ในตนเองที่เพิ่มขึ้น ทักษะในการสื่อสาร และการเป็นคนที่เปิดใจ ส่งผลในเชิงบวกต่อชีวิตของพวกเขาไปไกลกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของทีมและความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งอาจรวมถึงการที่สมาชิกในทีมมีพลัง ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนไอเดียมากขึ้น หรือสามารถที่จะช่วยลดความเครียดที่บ้านเพราะได้พัฒนาทักษะในการฟังคู่ชีวิตหรือลูกให้ดีขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม whitepaper  "การโค้ชเพื่อภาวะผู้นำ" 

ปรับปรุงล่าสุด: 31 มีนาคม 2565
แหล่งที่มา:
COACHING FOR LEADERSHIP, International Coaching Federation, 2021, หน้า 1-6
ถอดความ: ดร. ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์, ACC